หน้าเว็บ

หน้าต่างผ้าม่านช่วยประหยัดไฟฟ้าได้อย่างไร


 ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท 
             จะทำให้มีอากาศร้อนชื้นภายนอกรั่วไหลเข้าไปในห้องได้ซึ่งจะทำให้เครื่องปรับ อากาศทำงานหนักขึ้น  และสิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น  มาตรการนี้ดูจะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ไม่น่าจะต้องกล่าวถึงอีกแต่กลับเป็นปัญหาที่พบบ่อยๆ หากพบว่ามีรอยแยกและมีลมรั่วจากภายนอกเข้ามา  ก็ควรดำเนินการแก้ไขเพื่อช่วยกันประหยัดพลังงาน

ปิดผ้าม่าน

             การปิดผ้าม่าน  จะช่วยลดการแผ่รังสีความร้อนจากภายนอกเข้ามาสู่ตัวคนโดยตรงได้  และยังช่วยลดการแผ่รังสีความร้อนจากผิวกระจกมาสู่ตัวคนด้วย  ซึ่งทำให้ไม่ต้องตั้งอุณหภูมิต่ำกว่าปกติเพื่อชดเชยการแผ่รังสีความร้อนจึง ช่วยประหยัดพลังงานได้   นอกจากลดการแผ่รังสีความร้อนมาสู่ตัวคนแล้ว  ผ้าม่านบังช่วยสะท้อนความร้อนกลับออกไปภายนอกได้ด้วย (ถึงแม้ว่าจะไม่มากนัก) จึงเป็นการช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทางหนึ่ง

             การที่ทราบว่าการออกกำลังกานเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพแต่ไม่ปฏิบัตินั้นย่อม ไม่ทำให้เกิดสุขภาพดีได้  ฉันใดก็ฉันนั้นการที่ทราบวิธีการประหยัดพลังงานแต่ไม่ปฏิบัติก็ย่อมไม่ สามารถช่วยอนุรักษ์ พลังงานได้ 11 วิธีประหยัดค่าแอร์โดยไม่ต้องลงทุนนี้  มีประโยชน์อย่างแน่นอน  สามารถอนุรักษ์พลังงานได้  ช่วยให้คนรุ่นต่อไปมีพลังงานเหลือใช้นานขึ้น  ช่วยลดการสูญเสียเงินตราต่างประเทศ   ช่วยลดมลพิษและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการผลิตไฟฟ้า  ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีไว้ให้ลูกหลานของเรา  เมื่อท่านทราบแล้ว  ช่วยกันปฏิบัติด้วยนะ


ใส่เสือบางๆๆเพื่อระบายความร้อน


 สวมเสื้อผ้าบาง
             การสวมเสื้อผ้าบางๆ จะช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้น  จึงสามารถตั้งอุณหภูมิให้สูงขึ้นได้ทำให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น  ดังนั้น จึงควรรณรงค์ให้ผู้ที่ทำงานในห้องปรับอากาศหันมาใส่เสื้อผ้าบางๆ ไม่ควรใส่สูทเพื่อที่จะตั้งอุณหภูมิให้สูงขึ้นได้

บุหรีมีผลต่อห้องแอร์


งดสูบบุหรี่ในห้องปรับอากาศ             เมื่อมีการสูบบุหรี่ในห้องปรับอากาศก็จะต้องเปิดพัดลมระบายอากาศ  เพื่อระบายควันและกลิ่นออกจากห้องการระบายอากาศส่วนหนึ่งออกจากห้อง  ก็จะทำให้มีอากาศจากภายนอกไหลเข้ามาในห้องทดแทนซึ่งจะทำให้เครื่องปรับอากาศ ทำงานหนักขึ้น  หากงดสูบบุหรี่ในห้องปรับอากาศก็ไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมระบายอากาศหรือเปิด เพียงช่วงสั้นๆ ก็เพียงพอซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงานได้  นอกจากนี้ การงดสูบบุหรี่ในห้องปรับอากาศ  ยังลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ  จึงทำให้มีฝุ่นละอองไปจับที่คอยล์น้อยเครื่องปรับอากาศ  จึงมีประสิทธิภาพสูงอยู่เสมอ  และช่วยยืดระยะเวลาการบำรุงรักษาเครื่องปรับอากาศไปได้

ความร้อนจากหลอดไฟ


 ปิดเครื่องใช้ฟ้าและไฟแสงสว่างที่ไม่จำเป็น
             เครื่องใช้ไฟฟ้าและหลอดไฟฟ้าแสงสว่าง  จะปล่อยความร้อนเข้าสู่ห้องปรับอากาศ  เท่ากับพลังงานที่อุปกรณ์ไฟฟ้าและหลอดไฟฟ้าใช้  และความร้อนนั้นก็จะกลายเป็นภาระของเครื่องปรับอากาศ  และต้องเสียพลังงานในการนำความร้อนทิ้งออกไปข้างนอกอีก  จะเห็นได้ว่า  การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือไฟฟ้าแสงสว่างในห้องปรับอากาศจะเป็นการเสียค่าไฟ สองต่อ คือ

             - เสียค่าไฟที่อุปกรณ์หรือหลอดไฟใช้
             - เสียค่าไฟที่เครื่องปรับอากาศเพื่อนำความร้อนออกไปทิ้งนอกห้อง

          ดังนั้น การปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าและไฟแสงสว่างที่ไม่จำเป็นในห้องปรับอากาศจึงเป็นการ ประหยัดสองต่อ  คือประหยัดที่ตัวอุปกรณ์และประหยัดที่เครื่องปรับอากาศ

สิ่งที่ไม่จำเป็นในการติดตั้งของปิดหน้าเครื่องปรับอากศ


 ย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นออกนอกห้องปรับอากาศ          อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดจะปล่อยความร้อนออกมา  เท่ากับพลังงานไฟฟ้าที่อุปกรณ์นั้นใช้  ดังนั้น  ภาระส่วนหนึ่งที่สำคัญของเครื่องปรับอากาศจึงเกิดจากอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ต่างๆ ภายในห้องปรับอากาศ  หากเราสามารถลดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในห้องปรับอากาศโดยย้ายออกไปตั้งไว้นอก ห้องปรับอากาศได้ก็จะเป็นการช่วยประหยัดพลังงานได้  ตัวอย่างอุปกรณ์ที่มักมีอยู่ในห้องปรับอากาศแต่สามารถย้ายออกไปได้ เช่น

             1. ตู้เย็น
             2. ตู้น้ำเย็น
             3. เครื่องถ่ายเอกสาร
             4. หม้อต้มน้ำร้อน หรือเครื่องชงกาแฟ
             5. ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
             6. หม้อหุงข้าวไฟฟ้า
             7. ฯลฯ

ปิดแอร์เพิ่อประหยัดไฟฟ้า


 ปิดแอร์เมื่อไม่ใช้ และอย่าเปิดทิ้งไว้ในขณะปิดแอร์          ระบบปรับอากาศ (แบบน้ำเย็น) ใช้พลังงานไฟฟ้าประมาณ 1x 5 x 4 = 20 หน่วย คิดเป็นเงินประมาณ 20 x 3 = 60 บาท(ค่าไฟเฉลี่ยประมาณ 3 บาทต่อหน่วย) ในอาคารทั่วไปๆ ค่าไฟฟ้าที่จ่ายไปกว่าครึ่งหนึ่งเป็นค่าไฟของระบบปรับอากาศ  การเปิดเครื่องปรับอากาศเมื่อไม่ใช้ห้องปรับอากาศจะสามารถช่วยประหยัด พลังงานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ  แต่ในขณะที่เปิดเครื่องปรับอากาศนั้น  จะต้องไม่เปิดประตูหน้าต่างทิ้งไว้  มิฉะนั้นความร้อนและความชื้นจากภายนอกจะเข้าไปในห้องปรับอากาศและจะสะสมอยู่ ที่ พื้น, ผนัง, เฟอร์นิเจอร์, พรม, กระดาษ, ผ้าม่าน ฯลฯ  เมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศครั้งต่อไปเครื่องปรับอากาศก็จะต้องทำงานขึ้น  เพื่อดึงเอาความร้อนและความชื้นนี้ออกไป  ซึ่งจะเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าการเปิดเครื่องปรับอากาศอย่างต่อ เนื่องเสียอีก

วิธีตั้งตู้เพิ่อประหยัดพลังงาน

 นำตู้มาตั้งชิดผนังด้านตะวันออกหรือตะวันตก
          ผนังด้านที่มีความร้อนเข้ามามากที่สุด ด้านตะวันออก และตะวันตก  นอกจากความร้อนที่ผ่านผนังเข้ามาแล้ว  เวลาที่แสงอาทิตย์ส่องถูกผนัง  จะทำให้ผนังมีอุณหภูมิร้อนขึ้นมาก  และจนแผ่รังสีความร้อนมาสู่ตัวคน  ซึ่งจะทำให้คนรู้สึกร้อนขึ้น  แม้อุณหภูมิในห้องจะเท่าเดิม  ในห้องที่มีสภาพนี้จะต้องตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ประมาณ 21-220C จึงจะรู้สึกเย็นสบาย  แต่เป็นการสิ้นเปลืองพลังงานมากขึ้น  การนำตู้ไปตั้งชิดผนัง  จะช่วยป้องกันการแผ่รังสีความร้อนจากผนังได้  ดังนั้นจึงไม่ต้องตั้งอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ  ในห้องที่ผนังห้องไม่ร้อน  การตั้งอุณหภูมิที่ 250C ก็เย็นสบายเพียงพอ  นอกจากป้องกันการแผ่รังสีความร้อนจากผนังแล้ว  การมีตู้ตั้งชนิดผนังห้อง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผนังด้านนั้นมีกระจกด้วย  จะทำให้อุณหภูมิในตู้สูงกว่าอุณหภูมิห้อง ดังนั้น  จึงควรระมัดระวังกรณีที่สิ่งของภายในตู้ไม่สามารถทนความร้อนได้